ผลัดยุคอีกทีที่มิลาน

Admin Apr 22 2022

 วิเคราะห์บอลวันนี้ ภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี เอซี มิลาน อาจมีเจ้าของสโมสรใหม่เป็นรายที่ 3 และรายนี้จะเป็น นายทุนกลุ่มแรกจากตะวันออกกลาง ที่เข้าเทกโอเวอร์ สโมสรยักษ์ใหญ่ในอิตาลีหากมีการปิดดีลกันได้ นาทีนี้ชื่อของ Investcorp กลุ่มทุนจาก บาห์เรน เป็นที่คุ้นหูคุ้นตาแฟนบอลในอิตาลีมากยิ่งขึ้น และขึ้นชื่อว่าเป็นนายทุนจากตะวันออกกลาง ย่อมนำมาซึ่งอาการกระดึ๊กระด๊าจากแฟนบอลทุกทีมที่ เป็นข่าวด้วย ไม่เหมือนเวลาเป็นข่าวกับกลุ่มทุนอเมริกัน แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Investcorp เป็นที่รู้จัก ของคนอิตาเลียน Investcorp ซึ่งก่อตั้งในปี 1982 มีฐาน บัญชาการอยู่ในประเทศบาห์เรน เป็นบริษัทบริหาร สินทรัพย์ระดับโลก ที่ทำการลงทุนหลายด้านโดยเฉพาะ ด้าน Private Equity (ธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์), Real Estate (อสังหาริมทรัพย์) Credit Management (การจัดการสินเชื่อ), Absolute Return Investments (การลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ ความเสี่ยงต) รวมถึง Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) พวกเขาสร้างชื่อในยุโรปในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990 ผ่านการเข้าถือหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์หรู อย่าง Gucci กับ Tiffany จากนั้นในทศวรรษที่ผ่านมา Investcorp ได้ขยายธุรกิจไปลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์, หนี้สินภาคเอกชน, Hedge Fund (กองทุนที่มุ่งป้องกันความเสี่ยงควบคู่ไปกับการ ลงทุน) ปี 2016 Investcorp เข้าซื้อกิจการบริหาร หนี้สินของ 3 หนึ่งในกลุ่มบริษัท Private Equity ที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ด้วยเม็ดเงิน 222 ล้านปอนด์ การลงทุนครั้งดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการอัพเกรดให้ Investcorp กลายเป็นผู้ลงทุนระดับโลกมากขึ้น สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ Investcorp เติบโตจากมูลค่าราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในพริบตา พร้อมกับมี เร สำนักงานใน 13 ประเทศทั่วโลกหนึ่งในผู้รู้ความเคลื่อนไหวของ Investcorp ที่กำลังเจรจาขอซื้อเอซี มิลาน อยู่ในขณะนี้ เผยกับนสพ. “ไฟแนนเชียล ไทม์ส” แห่งอังกฤษ ว่า Investcorp มี แผนที่จะลงทุนกับเอซี มิลาน เพื่อตอกย้ำในจุดยืนของ สโมสรในวงการฟุตบอลยุโรป หลังมิลานอยู่ในการดูแล ของ “เอลเลียด แมเนจเม้นท์ คอร์เนอเรชั่น” หรือ ที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า Elliott มา 5 ปี เมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมามีการยืนยันจากแอคเค้าท์ทางการสถาน เอกอัครราชทูตบาห์เรนประจําสหราชอาณาจักรว่า Investcorp กำลังอยู่ในการเจรจาดีลนี้จริง ๆ โดยระบุ ว่าสนนราคาของการซื้อ-ขายนี้มีมูลค่า 1.1 พันล้านดอล ล่าร์สหรัฐฯ คิดเป็นสกุลเงินยูโรตกราว 1.02 พันล้านยูโร หรือประมาณ 37,000 ล้านบาท แฟนบอลทีมปีศาจแดงตาคงทราบกันดีอยู่ แล้ว ว่ามีลานมาอยู่ในมือของ Elliott ได้อย่างไร แต่สําหรับผู้ไม่ได้ติดตามนัก เอซี มิลาน ถูก ผ่องถ่ายจากมือของนายทุนจีน หลี หย่งหง มาสู่ Elliott หลังเขาไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ให้กับ Elliott ได้ และ แน่นอนว่าเมื่อต้องยึดสโมสรปีศาจแดงดามาบริหารเอง ด้านหนึ่งซึ่งมิลานจะมั่นคงขึ้น คือสถานะทางการเงิน ใน ฐานะที่เป็นผู้ให้คําปรึกษาด้านการลงทุน Elliott ย่อม ปรับโครงสร้างการใช้เงินของเอซี มิลาน ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น Elliott ยังนำมิลานกลับสู่ แชมเปี้ยนส์ ลีก และหัวตารางของกัลโช่ เซเรีย อา ที่มี ลุ้นแชมป์อย่างจริงจังตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ต่อเนื่องถึง ซีซั่นนี้ เรามาเท้าความการผลัดยุคของเอซี มิลาน กันเล็กน้อย..หลัง ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ กับกลุ่มบริษัทฟิน นเวสต์ของเขา สิ้นวาสนากับเอซี มิลาน ในเดือนเมษายน ปี 2017 โดยอดีตนายกรัฐมนตรีของอิตาลี ขายมิลานให้ กลุ่มทุนจีน นำโดยนาย หลี หย่งหง ในราคา 740 ล้าน ยูโร พอเฮียหลีผิดนัดชำระหนี้เงินกู้จำนวน 32 ล้านยูโร Elliott ซึ่งให้กู้เงินไปอีก 300 ล้านยูโร เพื่อให้เขา สามารถปิดดีลการเทกโอเวอร์สําเร็จ ก็เข้าครอบครอง กิจการของเอซี มิลาน ในเดือนกรกฎาคม 2018 อย่าง ไม่รอช้า Elliott ให้คำมั่นว่าจะลงทุนอีกกว่า 50 ล้าน ยูโร เพื่อให้มิลานมั่นคงขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ถนัด ในการบริหารสโมสรฟุตบอลแต่แรก แต่จนถึงปัจจุบัน ถือว่าทำได้ดี ไม่นับที่มีการลงทุนเพื่ออัพเกรดขุมกำลัง ของทีมด้วย ดูได้จากการที่ Elliott เลือก อีวาน กาซิดิส เป็นซีอีโอ, ตั้ง เปาโล สคาโรนี่ เป็นประธานบอร์ด ซึ่งสองคนนี้เป็นผู้บริหารมืออาชีพ มีประสบการณ์ใน สายงานบริหาร, การเงิน และกฎหมาย นอกจากนั้นยังเอา เปาโล มัลดินี่ มาเป็นผู้อำนวยการเทคนิค ซึ่งอย่าง น้อยก็ชื้อใจแฟนมิลานได้ แม้จะบริหารเอซี มิลาน ได้ดี แต่ไม่มีใครคิด ว่า Elliott จะอยู่กับมิลานตลอดไป ในฐานะที่ธุรกิจเดิม คือการลงทุนและบริหาร สินทรัพย์ ไม่ต้องเป็นคนในบริษัทก็บอกได้ว่า Elliott เข้ามาเพื่อรอขายมิลานอีกครั้ง การเป็นเจ้าของมิลาน ไม่ใช่ความตั้งใจแรกของพวกเขาอยู่แล้ว ตลอดเวลา 4 ปีมานี้ Investcorp ไม่ใช่กลุ่มทุนแรกที่มาเ ที่มาเจรจา เพื่อขอซื้อมิลานต่อ ทว่าไม่มีกลุ่มไหนที่นำไปสู่การดำเนิน การเข้าสู่กระบวนการเทกโอเวอร์ จนกระทั่งการมาถึงของ Investcorp และเพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ไม่แน่ เหมือนกันว่า Elliott จะยอมรับแผนงานของ Investcorp แต่หากทั้งสองฝ่ายเจรจากันสําเร็จ Elliott จะได้ทําไร ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พวกเขาแสดง ให้เห็นแล้วว่าถ้าบริหารการเงินได้ดี ทําทีมในเชิงบวก ได้ สิ่งที่จะตามมาคือการขายทีมได้ในราคาที่แพงกว่าที่ลงทุนไป หลังเกมลีกกับเจนัว เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เปาโล มัลดินี่ ได้ตอบคำถามเรื่องนี้กับ DAZN ว่า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดการขายสโมสรในอนาคตเป็นเรื่อง ปกติ แต่ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบเมื่อไหร่ และตัวเขาเองก็ไม่ สามารถตอบได้เช่นกัน ส่วนสิ่งที่เขากับนักเตะในทีมต้อง ทำในตอนนี้ มีเพียงการมีสมาธิอยู่กับเกมที่เหลือเท่านั้น พอมีข่าวการซื้อ-ขายสโมสรอีกครั้ง สิ่งที่ตาม มาคือการกะเร็งในตลาดค้าแข้ง และเป็นเรื่องธรรมดาที่ จะมีข่าวว่ามิลานจะมีเงินให้ใช้เท่านั้นเท่านี้ถ้าได้กลุ่มทุน ใหม่มาเป็นเจ้าของ ชื่อของนักเตะดาวโรจน์และที่รุ่งอยู่ แล้วหลายต่อหลายคน พาเหรดกันเข้ามาเป็นข่าวกับมิ ลาน ซึ่งในความรู้สึกของเหล่ารอสโซเนรี่ นานเต็มที่แล้ว ที่สโมสรไม่ได้ซื้อผู้เล่นเกรด เอ เข้ามาสู่ทีม ในวันอังคารที่ผ่านมา นสพ. “ลา กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต” แห่งอิตาลี รายงานไปถึงขั้นที่ว่ามิลาน จะได้เงินมาใช้เสริมทัพในตลาดหน้าร้อนปีนี้ถึง 300 ล้าน ยูโร ตัวเลขดังกล่าวดูจะสูงเกินจริงไปหน่อย โดยในบรรดานักเตะที่มีชื่อพัวพันกับทีม คริสโตเฟอร์ เอ็น กุนกู กองกลางตัวรุกวัย 24 แห่งแอร์เบ ไลป์ซิก กับทีม ชาติฝรั่งเศส น่าจะเป็นตัวที่ต้องแย่งชิงกันมากที่สุด ขณะ ที่ผู้เล่นคนอื่น ๆ มีชื่ออยู่ในลิสต์ที่มิลานใกล้ปิดดีลด้วยอ ยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สเวน ช๊อตมัน, ดิว็อค โอรีกี หรือ เรนาโต้ ซานเชส นั่นหมายความว่าการได้นายทุนใหม่อาจทำให้ เกิดเป้าหมายใหม่ ๆ และคงจะมีข่าวลือตามมาอีก มากมายก่อนที่ตลาดหน้าร้อนนี้จะเปิดตัวขึ้น แต่นักเตะ ระดับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หรือ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ นั้นไม่ ต้องไปลือกันให้เสียเวลา เพราะสโมสรที่ต้องการสองดาว ยิงวัยละอ่อนนี้ที่สุดมีปัญญาจ่ายเช่นกัน ขั้นต้นเอาเป็นว่าขอให้การเทกโอเวอร์เอซี มิลาน ครั้งใหม่นี้จบโดยเร็วที่สุดก่อนแล้วกัน ส่วนเรื่อง การเสริมทัพในตลาดหน้าร้อน ยังเหลือเวลาให้ลือกัน อีกมาก..



เมื่อลิเวอร์พลูขึ้นนำ

  ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของตาราง พร้อมโยนความกดดัน ไปให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้ในความรู้สึกจะบอกว่า เจอกับ ยูไนเต็ด เวลานี้ไม่ใช่งานที่ยากจนเกินไปนัก เพราะเปรียบเทียบ จากองค์ประกอบรอบด้านแล้วทีม “หงส์แดง” ยังดูดีกว่า มาก กระนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างคู่ปรับ กมแดงเดือดแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” ก็อาจจะแอบหวัง อยู่ลึก ๆ ว่าทีมปีศาจแดงจะหยุดหงส์แดงได้ จะเสมอหรือชนะไปเลยก็ช่างเถิด ขอแค่เพื่อน ร่วมเมืองมีคะแนนกลับออกมาจากเมอร์ซี่ไซด์ได้ ก็จะ ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว ทว่า 90 นาทีที่ได้เห็นก็ชัดเจน ในเวลาที่ ลิเวอร์พูลเน้นเต็มที่ แทบไม่มีโอกาสให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สภาพปัจจุบันมีคะแนนติดมือเลย ความแตก ต่างระหว่างทั้งสองทีมในปัจจุบันมีมากเกินไป เพราะฉะนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงต้องหัน มาพึ่งตัวเอง โจทย์ของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิมคือชนะ รวดให้ได้ทุกเกมที่ลงเตะ 7 นัด 21 คะแนน ถ้าทําได้ก็เป็นแชมป์ กับคุณภาพในแบบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาสามารถทําได้แน่ ย้อนกลับไปฤดูกาล 2018/19ก็อยู่ในสถานการณ์บีบคั้นอย่างนี้นี่แหละกับลิเวอร์พูล แต่ พวกเขาก็ทําได้ตามโจทย์คือชนะรวดทุกเกม สุดท้ายก็ เข้าป้ายเป็นแชมป์ ไม่ใช่แค่ 7 นัดอย่างในฤดูกาลนี้ด้วย แต่ซิตี้ ชนะรวด 14 เกมสุดท้ายของฤดูกาล ชนะตั้งแต่เข้าเดือน กุมภาพันธ์ไปจนวันปิดซีซั่นกลางเดือนพฤษภาคม ผมมีความรู้สึกว่า การแย่งแชมป์ในฤดูกาลนี้มีโอกาสไม่น้อยเลยที่จะทำให้เรานึกย้อนไปถึงการชิงชัย คราวนั้น เพราะว่ากันตามมาตรฐานแล้วทั้งสองทีมยัง คงเหนือกว่าคู่แข่งร่วมลึกด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ที่ไม่มีทีมไหนต้องเจอกับเชลซีที่ดูจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ใกล้พวก เขาที่สุดแล้ว ทีมอื่น ๆ อีก 17 ทีมที่เหลือว่ากันตาม คุณภาพยังเป็นรองสองทีมแย่งแชมป์จริงๆ ต่อให้เป็นทีมในกลุ่มบิ๊กซิกซ์ด้วยกันอย่าง อาร์เซน่อล, สเปอร์ส หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอนทั้งซิตี้และลิเวอร์พูล จะเน้นในทุกเกม ที่ลงเตะแน่ สามคะแนนคือเรื่องที่คาดหวังได้ในทุกนัด และบางทีเราอาจได้เห็นการรันอินเข้าป้ายด้วยการชนะ รวดทั้งคู่อย่างซีซั่น 2018/19 หลายคนมองว่า โปรแกรมที่เหลือของลิเวอร์พูล นั้นหนักกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันก็อาจจะใช่ถ้าว่ากัน ตามความรู้สึก แต่ในแง่เกมต่อเกมแล้วทั้ง 7 นัดที่ทั้งคู่ ลงสนามหากเน้นและไม่พลาดล้วนต่างเป็นเกมที่พวกเขา สามารถเอาชนะได้ทั้งหมด ผมมองว่าทั้งลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างก็มีเกมเสี่ยงเสียแต้มด้วยกัน ซึ่งแชมป์เก่า ต้องระวัง เกมรับมือไบรท์ตันเมื่อคืนวันพุธที่คุณผู้อ่านคงจะรู้ผลกัน แล้ว รวมถึงเกมเยือนเวสต์แฮม และนัดปิดฤดูกาลที่ รับมือ แอสตัน วิลล่า ส่วนลิเวอร์พูลเสี่ยงที่เกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ กับเอฟเวอร์ตันที่แอนฟิลด์วันอาทิตย์นี้ เกมเยือน นิวคาสเซิ่ล เหย้ารับสเปอร์ส และเยือนแอสตัน วิลล่า เป็นแค่การประเมินคร่าวๆ นะครับ บทสรุป นั้นเกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้จริงๆ อาจจะไม่พลาดเลย ทั้งคู่ก็ได้ หรืออาจจะพลาดกันอุตลุดทั้งคู่ หรือแค่ทีมใด ทีมหนึ่งก็ได้ แต่กรณีที่ผมคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่สุด คือทีมหนึ่งชนะรวด และอีกทีมพลาดหนึ่งเกม จะเป็นจริงไหมไม่รู้เหมือนกัน แล้วถ้าเป็น มันจะเกิดขึ้นกับใครก็ไม่อาจบอกได้ รอดูและให้เวลา มอบคําตอบกับเราเหมือนเดิมล่ะครับ แต่มันจะเป็น ฤดูกาลที่สนุกเข้มข้นแน่ๆ